-นักแสดง-

posted on 25 May 2011 00:50 by aftersiro

ใต้สะพานลอยแห่งหนึ่งในเขตของเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คน บรรยากาศฝนตกโปรยปราย หลายๆคนที่กำลังรอรถเมล์ แต่ไม่ได้พกร่มมาก็จะมาหลบฝนอยู่ที่ใต้สะพานลอยแห่งนี้ ซึ่งก็รวมไปถึงตัวผมด้วยเช่นกัน

ในฝูงชนภายในกลุ่มคนมากมายนั้น ผมมองเห็นหญิงสาวผู้หนึ่ง ภายนอกดูเหมือนผู้หญิงธรรมดาทั่วไป ที่แปลกก็คือ ผู้คนยืนกันหนาแน่นในพื้นที่นี้แต่บริเวณรอบตัวเธอในระยะ 1 เมตรกลับไม่มีใครยืนอยู่เลย…    ผมมองดูเธอสลับกับมองหา รถเมล์ที่จะสามารถพาผมไปถึงที่หมายได้นั้นเมื่อไหร่จะมา รอบๆตัวของผมเต็มไปด้วยเสียงพร่ำบ่นอย่างเซ็งอารมณ์ ประมาณว่า รอมานานแล้วแต่ก็ไม่เห็นวี่แววของรถโดยสารที่ตนเองรอนั้นจะมาซักที ตัดภาพกลับมาที่หญิงสาวอีกครั้ง เจ้าหล่อนนั้นดูเหมือนว่ากำลังพูดสนทนากับใครบางคนอยู่ แต่เบื้องหน้าของเธอนั้น ไม่ได้มีใครที่ดูเหมือนจะสนทนากับเธอด้วยเลย ดังที่ผมกล่าวไปในตอนแรกว่า เธอมีบาเรียที่ผู้คนไม่สามารถเข้าไปใกล้ได้ในรัศมี 1 เมตร รองเท้าแตะหูคีบ กางเกงขาสามส่วนสีเทา เสื้อยืดสีขาวที่แลดูค่อนข้างใหญ่ไม่พอดีตัวกับเธอ ลักษณะเหมือนจะทำเป็นชุดแซ็กได้เลยทีเดียว ผมยาวถึงบ่า ไว้หน้าม้า แลดูเหมือนเธอกำลังปกปิดบาดแผลอะไรบางอย่าง    เธอกำลังพูดอยู่ ซึ่งผมก็พยายามดูอยู่ว่าเธอพูดโทรศัพท์หรือเปล่า ซึ่งอาจจะใช้สมอลทอล์ค หรือบลูทูธ คุยกับใครสักคนอยู่ แต่จากการสังเกตอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วไม่น่าใช่แต่อย่างใด แต่เธอกำลังพูดคุยอยู่กับใครบางคนจริงๆ … ใครบางคนที่มีเพียงแต่เธอเท่านั้นที่เห็น…

19.00 น. ฝนยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตกแต่อย่างใด รวมไปถึงรถเมล์สายที่ผมรอ ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะฝ่ารถที่ติดจนแทบจะไม่ขยับเพื่อมารับผมได้อย่างไร

ฝนตก…  รถติด…

มันเป็นของคู่กันจริงๆ  เวลาผ่านไปเพียงหนึ่งชั่วโมง (แต่สำหรับคนใจร้อน คงจะเป็น รอมาตั้งหนึ่งชั่วโมงแล้วนะโว้ย) ที่ผมใช้คำว่าเพียง  คงเป็นเพราะ การที่ผมได้มองดูเธอ ทำให้ผมเพลิดเพลินก้เป็นได้ ซึ่งถ้าจะมองให้ดีๆนั้น การพูดคุยคนเดียวของเธอ ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับ ดาราเจ้าบทบาทที่กำลังซ้อมบทเพื่อที่จะนำไปใช้ในการแสดงจริง ซึ่งผมมองดูแล้วผมเชื่อจริงๆว่าเธอต้องพูดกับใครบางคนอยู่แน่นอน เธอยืนพูดพร้อมแสดงท่าทางต่อเนื่องมาประมาณ ครึ่งชั่วโมงได้ แม้ผมจะมีเหม่อบ้างหรือมองหารถเมล์บ้าง แต่พอหันกลับมามอง เธอก็ยังยืนสนทนากับสิ่งที่ผมมองไม่เห็นอยู่เหมือนเดิม  แต่พอหลังๆ ถ้าสังเกตจากสีหน้าของเธอ ดูเหมือนบทบาทที่เธอเล่นนั้นค่อนข้างที่จะดราม่าขึ้นเรื่อยๆ ผมมองเห็นน้ำตาที่เอ่อล้นเบ้าตาของเธอ ผมในตอนนั้น เหมือนกับโดนดึงดูดเข้าไปในโลกของเธอ ละครที่เธอกำลังเล่น โดยที่ผมไม่รู้ตัว ผมเดินเข้าไปและถามกับเธอว่า

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับคุณ”

เธอหันมาจ้องหน้าผม น้ำตาเธอไหลและสวมกอดผม เสียงร้องไห้โฮดังลั่นท่ามกลางเสียงฝนตก    ทุกคนที่อยู่ใต้สะพานลอยหันมามองตรงจุดที่ผมและเธอยืนอยู่อย่างพร้อมเพรียง กันโดยมิได้นัดหมาย   ผมงงครับ ไม่รู้ว่าจะทำตัวยังไง ตอนนี้หน้าอกของผมสัมผัสได้ทั้งน้ำตาและน้ำมูกของเธอที่พรั่งพรูอย่างเต็ม ที่ ผ่านไปเกือบ 5 นาที ผมยืนตัวแข็งทื่ออยู่อย่างนั้น จนเธอเงยหน้าขึ้นมา ทำหน้าตาตกอกตกใจ และกระโดดถอยไปข้างหลัง 2 ก้าว พร้อมกับตะโกนถามผมว่า

“คุณเป็นใคร!!”

อ่าว ผมงงหนักเข้าไปอีก เอ้า อีนี่ เมื่อกี้มึงมาซบอกกูเองแท้ๆ เสือกมาทำท่ากลัวกูอีก!!   เธอพูดต่อไปอีก เหมือนสำนึกหรือได้ยินเสียงบ่นในใจของผม

“เอ่อ ฉันขอโทษนะคุณ ฉันแค่ตกใจ”

ผมคิดในใจ อินี่ เมืงบ้าแน่นอนละ แต่เสือกยังทำตัวเหมือนคนปกติได้อีก เอ้ย งงเว๊ย!!

“คุณชื่ออะไรคะ”

อ่าว คราวนี้พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ อยากรู้จักผมซะอย่างนั้น เอาวะ ลองเล่นในละครของเธอดู ไหนๆผมก็ว่างอยู่แล้วนี่ ไอ้รถเมล์นรกแตกนั้นก็ไม่ยอมมาซักกะที

“ผมชื่อกรครับ แล้วคุณล่ะ”

“ชื่อของฉัน… ฉัน.. ฉันลืมไปแล้วล่ะ…”

อ่าว ชิบหาย กลายเป็นละครนางเอกความจำเสื่อมไปละเหรอวะเนี้ย เธอคงจะเป็นบ้าจริงจังละล่ะ ผมยอมแพ้ ไม่รู้จะต่อบทกับเธอยังไง ผมหันไปมองหารถเมล์คันเดิมอีกครั้ง  ยังไม่มาอีก ไปหาโบกรถแทกซี่เอาเลยละกันงั้น ผมหันหลังและเดินก้าวออกห่างจากเธอไป  เสียงเธอตะโกนออกมา

“คุณกรคะ”

ผมรีบก้าวเร็วขึ้น เดินหนีออกให้ห่างจากเธอ  เธอตะโกนเต็มเสียงอีกครั้ง

“คุณกรคะ ฉันรักคุณ”

…………………………………………………………………………………………………………………..

เช้าวันเสาร์ ผมตื่นนอนขึ้นมาในโรงพยาบาล เข้าใจว่าน่าจะเป็นโรงพยาบาล เพราะรอบข้างที่ผมนอนอยู่เต็มไปด้วยเตียงคนไข้ และผู้หญิงในชุดของนางพยาบาล ความคิดแรกของผมคือ… ทำไมผมมาอยู่ที่นี่ มันเกิดอะไรขึ้นกับผม?

“คุณกรคะ”

เสียงแว่วดังเข้าหู เหมือนมีใครเรียกผม

“คุณกรคะ ได้เวลาทานยาแล้วค่ะ”

ยา?  ผมเป็นอะไร ทำไมต้องทานยา?  แล้วทำไมผมถึงรู้สึกคุ้นเคยกับโรงพยาบาลแห่งนี้เสียเหลือเกิน เสียงแว่วดังเข้าหูอีกครั้ง

“คุณกรคะ”

สำนวนเรียกเดียวกัน แต่น้ำเสียงแตกต่างกัน เสียงนี้ผมคุ้นๆหู ….  อ่อ ผมจำได้ละ เสียงอีบ้าเมื่อคืนฝนตกที่อยู่ๆก็มาตะโกนบอกรักเรานี่หว่า ผมรีบเดินหนี

“คุณกรคะ เราหนีไปจากโรงพยาบาลนี้ด้วยกันเถอะค่ะ”

หนี ทำไมต้องหนี?  ผมหยุดนิ่งมองดูสภาพแวดล้อมโดยรอบ ความเป็นธรรมชาติของโรงพยาบาลนี้ช่างดีเหลือเกิน ทุกคนมีของเล่นในมือและเล่นอย่างสนุกสนานทั้งๆที่อายุก็ไม่ใช่น้อยแล้ว บางคนก็นั่งน้ำลายย้อย ตาพริ้มดูมีความสุข  บางคนก็พูดจาอยู่คนเดียว

นักแสดงในที่แห่งนี้มีมากมายเหลือเกิน  แต่ละคนก็มีบทละครของตัวเอง ช่างเป็นโลกที่แสนเสรีเสียจริง

ระหว่างที่ผมกำลังคิดเพลินๆ  จู่ๆ ก็มีชายดูแปลกประหลาดคนหนึ่ง เป็นชายใส่แว่น ผมบางดูมีอายุ ใส่ชุดสีขาวทั้งตัว เดินเข้ามาจับมือผมแล้วพูดกับผมว่า

“คุณกร ได้เวลาทานยาแล้วนะ เดี๋ยวหมอจะพาไปเอง”

…………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

-ศิโร-